Monday, September 26, 2022

ครั้งที่11

รูปเเบบการอบรมเลี้ยงดูเเนวคิดของDiana Baumrind

อธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรประกอบด้วย มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา และมิติการตอบสนองความ รู้สึกเด็ก เเบ่งเป็น 4 รูปแบบ

1.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ 

2.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม

3.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ 

4.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง

รูปแบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มี ประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชน เติบโตเป็นประชากรท่ีมีคุณภาพ ดังน้ัน ทุกภาค ส่วนในสังคมควรเร่งเผยแพร่ และกระตุ้นให้บิดา มารดา ตลอดจนบุคคลท่ีใกล้ชิดและมีอิทธิพลต่อเด็กตระหนักถึงความสําคัญ และนําเอารูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ไปใช้ในการอบรมเลี้ยงดู บุตรหลานของตน


เด็กวัยทารก 0-2ปี ในช่วงวัยน้ีเด็กต้องการการดูแลด้าน สุขภาพโภชนาการการพัฒนาสติปัญญาการกระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน การปกป้องคุ้มครอง 

เด็กวัยประถมศึกษา 6-8ปี ในช่วงวัยนี้เด็กควร

อ่านออก เขียนได้ การเรียนรู้ด้านการคำนวณ พัฒนาทักษะ การคิด

สิ่งที่เด็กต้องการปฏิบัติเหมือนกันในทุกช่วงวัยคือ การปฏิบัติต่อเด็กด้วยความรัก การจัดประสบการณ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการและการเรียนรู้โดยพ่อเเม่ผู้ปกครองควรทราบว่าพัฒนาการตามวัยคืออะไร ความชอบความต้องการของเด็กเป็นอย่างไร


ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้ปกครอง

1.เข้าใจเห็นความสำคัญของพัฒนาการตามวัย

2.มีกลยุทธ์ในการสนับสนุนการเรียนรู้ ของเด็ก อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับครู

1.เข้าใจและชื่นชมบทบาทสำคัญของผู้ปกครอง

2.เข้าใจผลกระทบและอิทธิพลของบุคคล สถานที่และชุมชนที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็ก


บทบาทสำคัญของผู้ปกครอง

1.ผู้ปกครองควรจัดกิจกรรมเสริม ประสบการณ์ สร้างการเรียนรู้ และส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา

2.ผู้ปกครองควรให้ความรัก เอาใจใส่ เป็นการสร้างความรู้สึกมั่นคงในอารมณ์ และจิตใจของเด็ก

บทบาทสำคัญของครู

1.เข้าใจกระบวนการ พัฒนาตามวัยของเด็กอย่างรอบด้าน

2.ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมวางแผน กิจกรรมต่างๆ จนเกิดความมั่นใจและพร้อมเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง


รูปแบบการจัดโปรแกรมให้ความรู้การอบรมเลี้ยงดูเด็ก เเบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ

1.จัดเป็นรายบุคคล

2.จัดเป็นกลุ่มย่อย

3.จัดเป็นกลุ่มใหญ่

4.จัดในระดับชุมชน

5.จัดในระดับมวลชน


การจัดฐานในการจัดกิจกรรมให้ ความรู้แก่ ผู้ปกครอง สามารถจัดได้ 3 ลักษณะ 

1.การใช้บ้านเป็นฐาน

2.การใช้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นฐาน

3.การใช้ชุมชนเป็นฐาน 


การแนะนำสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.แนะนำเพื่อป้องกันปัญหา

2.แนะนำเพื่อแก้ปัญหา 

3.แนะนำเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ


อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก คือการไม่เลือกปฏิบัติ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก เเบ่งออกเป็น 6 ด้าน 

1.สิทธิในการอยู่รอด

2.สิทธิที่จะได้รับการปกป้อง คุ้มครอง

3.สิทธิในการมีส่วนร่วม

4.สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา

5.สิทธิที่จะได้รับการศึกษา

6.สิทธิในการเล่น เเละพักผ่อน


การปฏิบัติในการอบรมเลี้ยงดูเด็กท่ีคำนึงถึงสิทธิเด็ก และเน้นการเลี้ยงดูเชิงบวก โดยไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก

1.ให้ความมั่นใจ

2.ให้ความไว้ใจ

3.ให้ความเข้าใจ

4.ให้ความเห็นใจ

การงดใช้ความรุนแรงในเด็ก

1.ความรุนแรงต่อร่างกาย 

2.ความรุนแรงต่อจิตใจ

3.ความรุนแรงทางเพศ 


ความหมายของพัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงที่มีผลจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อมท่ีมีอิทธิพลต่อตัวเด็ก

หลักการของพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก

1.พัฒนาการด้านต่างๆ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดและมีผลกระทบซึ่งกันและกัน

2.พัฒนาการเกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้น อย่างสัมพันธ์กัน ความสามารถ ทักษะ และความรู้เกิดขึ้นจากความพร้อมทางพัฒนาการ

3.พัฒนาการของเด็กแต่ละคนเกิดขึ้นใน อัตราที่แตกต่างกันและไม่สม่ำเสมอกัน ในแต่ละด้าน

4.ประสบการณ์เริ่มแรกมีผลต่อการเพิ่ม ขึ้นและความล่าช้าทางพัฒนาการโดยที่ พัฒนาการและการเรียนรู้จะเกิดขึ้นใน ช่วงเวลาที่เหมาะสม

5.พัฒนาการและการเรียนรู้เกิดข้ึน และ มีผลจากบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่ หลากหลาย


พัฒนาการของเด็กวัย 2 - 5 ปี

ทางร่างกาย เด็กเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเรื่องความสูงและน้ำหนัก เป็นวัยที่ชอบเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งสามารถควบคุมร่างกาย และบังคับการ ทรงตัวได้ดี

ทางอารมณ์  มีการแสดงออกทาง อารมณ์ชัดเจนกว่ามากขึ้น เมื่อเกิดอารมณ์เเบบใดก็จะแสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่มีการปิดบังซ่อนเร้น แต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไป

ทางสังคม เรียนรู้การติดต่อสื่อสารกับบุคคลนอกครอบครัวปรับตัวให้เข้าสังคม รู้จักร่วมมือในการเล่นกับกลุ่มเพื่อน

ทางสติปัญญา  ความคิดมีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น มีความคิดเพียงเเต่ว่าทุกคนมองสิ่งต่างๆ รอบตัวและรู้สึกต่อส่ิงต่างๆ เหมือนตนเอง ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ท่ีสุด 


ความต้องการทางร่างกาย 

1.โภชนาการท่ีเหมาะสม

2.การออกกำลังกายและการพักผ่อนที่เพียงพอ

3.ความต้องการทางจิตใจ 

4.สภาพแวดล้อมท่ีมั่นคง

5.ระเบียบวินัยที่มีโครงสร้างชัดเจน


ทฤษฎีพัฒนาการด้านร่างกาย ทฤษฎีวุฒิภาวะและความพร้อมของ กีเซล แบ่งพัฒนาการของเด็กที่ต้องการวัดและประเมินออกเป็น 4 ก้อน

1.พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว

2.พฤติกรรมทางการปรับตัว

3.พฤติกรรมทางการใช้ภาษา

4.พฤติกรรมส่วนตัวและสังคม


ทฤษฎีพัฒนาการทางด้านอารมณ์จิตใจ ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของอริคิสัน เเบ่งพัฒนาการของมนุษย์ออกเป็น 8 ขั้น

1.ขั้นความเช่ือใจหรือขาดความเชื่อใจ

2.ขั้นการควบคุมด้วยตนเองหรือสงสัย

3.ขั้นการริเร่ิมหรือรู้สึกผิด

4.ขั้นการประสบความสำเร็จ ความขยัน หมั่นเพียร

5.ขั้นการรู้จักตนเองหรือความสับสนไม่รู้สึกตนเอง

6.ขั้นรู้สึกโดดเดี่ยว

7.ขั้นความรับผิดชอบแบบผู้ใหญ่

8.ขั้นความมั่งคั่ง สมบูรณ์


ทฤษฎีพัฒนาการทางด้านสังคม ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา ออกเป็น 4 กระบวนการ 

1.กระบวนการดึงดูดความสนใจ

2.กระบวนการคงไว้ 

3.กระบวนการแสดงออก

4.กระบวนการจูงใจ


ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์ ขั้นพัฒนาการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม 6 ขั้น มีระดับความคิดทางจริยธรรม 3 ระดับ 

1.ระดับเริ่มมีจริยธรรม 

ขั้นที่ 1 เด็กจะเคารพกฎเกณฑ์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ

ขั้นที่ 2 ใช้หลักการแสวงหารางวัล เลือกทำแต่ส่ิงที่นำความพอใจมาให้ตนเท่านั้น 

2.ระดับมีจริยธรรมตามกฎเกณฑ์ มีลักษณะคล้ายตามประเพณีนิยม

ขั้นที่ 3 เกณฑ์การตัดสินใจความถูกผิดอยู่ที่ผู้อื่น

ขั้นที่ 4 เกณฑ์การตัดสินความถูกผิดอยู่ที่ความเป็นระเบียบของสังคม

3.ระดับมีจริยธรรมของตนเอง มีลักษณะ พยายามกำหนดหลักการทางจริยธรรม ที่ต่างไปจากกฎเกณฑ์ของสังคม

ขั้นที่ 5 คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล ยอมรับกฎเกณฑ์ส่วนรวม

ขั้นที่ 6 คำนึงถึงหลักจริยธรรม ตัดสินความถูกผิดจากจริยธรรมที่ตนยึดถือจากสามัญสำนึกของตนเองจากเหตุผล 


ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์ พัฒนาการทางสติปัญญาออกเป็น 4 ขั้นเเต่มีเพียง 3 ขั้นที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

1.ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว

2.ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด

3.ขั้นปฏิบัติการคิดค้นด้านรูปธรรม 


สมองมี 3 ส่วน คือ

1.ก้านสมอง เป็นศูนย์ควบคุมการหายใจ

2.สมองเล็ก ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบการทำงานของกล้ามเนื้อรักษาสมดุลการเคลื่อนไหว

3.สมองใหญ่ จะมี 4 ส่วน

3.1 สมองส่วนหน้า ทำหน้าที่เก่ียวกับการคิด วางแผน 

3.2 สมองส่วนกลาง ทำหน้าที่รับรู้เเละแปลผลข้อมูลที่มาจากประสาทสัมผัสที่มาจากแขนขา ลำตัว และผิวหนังท่ัวร่างกาย

3.3 สมองส่วนขมับ ทำหน้าที่รับรู้การได้ยิน แปลผลและตัดสินข้อมลูเสียงที่เข้ามาทางหู

3.4 สมองส่วนหลัง ทำหน้าที่รับรู้ แปลผลและตัดสินข้อมูลที่ผ่านเข้ามาทางสายตา


สิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นสมองเพื่อ ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

1.การกระตุ้นด้วยการอ่านและใช้ภาษา

2.การกระตุ้นด้วยการออกกำลังกาย เต้นรำ และการเคลื่อนไหว ใช้กล้ามเนื้อต่างๆ 

3.การกระตุ้นด้วยการคิด และแก้ปัญหา

4.การกระตุ้นสมองซีกขวา และสมองซีกซ้าย

5.การกระตุ้นด้วยศิลปะ และดนตรี 

6.การกระตุ้นผ่านสิ่งแวดล้อมรอบตัว


วิธีการเตรียมความพร้อมทางสมอง

1.การดื่มน้ำ

2.การรับประทานอาหาร

3.การหายใจ

4.การฟังเพลง ดนตรี

5.การคลายความเครียด

6.การบริหารสมอง


วินัยเชิงบวก หมายถึง การรับ รู้กฎ กติกา ระเบียบแบบแผนที่ควร ปฏิบัติในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น ซึ่งมีท้ังการพัฒนาความเข้าใจในเหตุ และผลที่เลือกในการตัดสินใจ 

การสร้างวินัยเชิงบวกให้แก่เด็กปฐมวัย เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยระยะเวลา และวิธีการที่ชัดเจน วิธีการต่างๆ สามารถพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็ก พร้อมทั้งเลือกปฏิบัติต่อเด็กอย่างเหมาะสม

1.เพิกเฉยกับพฤติกรรมของเด็กที่ก่อให้ เกิดความรำคาญ แต่ไม่เป็นอันตราย แก่เด็ก

2.งดสิทธิพิเศษบางอย่าง

3.การหยุดพฤติกรรมไม่ดีของเด็กด้วยการ ให้หยุดทำกิจกรรม

4.การให้ผล ติดตามที่เป็นเหตุผล

5.อย่าติดสินบนกับเด็ก

**ผู้ปกครองที่จะทำเช่นนี้ ได้จะต้องใจเย็น และไม่ใช้อารมณ์ในการอบรมสั่งสอนเด็ก ทำตัวเป็นแบบอย่างให้เด็กเห็นตลอดเวลาว่าการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างให้เกียรติและเคารพเป็นเรื่องสำคัญ และการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงไม่ใช่ทางออกที่ดี


การสื่อสารท่ีบอกความคิด ความรู้สึก ความต้องการของเด็ก

1.ใช้เทคนิคในการชม 

2.ถามความรู้สึกและสะท้อนความรู้สึก

3.ถามความคิดและสะท้อนความคิด

4.การกระตุ้นให้เด็กปฐมวัยคิดด้วยตนเอง

Tuesday, September 13, 2022

ครั้งที่9


พัฒนาการเด็กเเรกเกิด-1ปี คือการนำฝาขวดน้ำมาทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆเเละให้เด็กๆจับคู่ให้เหมือนกัน

พัฒนาการเด็ก1-2ปี คือการนำฝาขวดน้ำมาทำเป็นรูปอักษรภาษาอังกฤษเเละให้เด็กนำไปใส่ให้ตามตัวอักษร

พัฒนาการเด็ก2-3ปี คือการนำขวดน้ำมาทำเป็นตั้งเเละให้เด็กๆโยนลูกบอลใส่ หรือเรียกว่าโบว์ลิ่งจากขวดน้ำ







Wednesday, September 7, 2022

ครั้งที่8

 เเก้งานเเผนผังความคิดการออกเเบบกิจกรรมสำหรับเด็กเเรกเกิดถึง3ปี



ครั้งที่7

การออกเเบบกิจกรรมสำหรับเด็กเเรกเกิดถึง3ปี


ครั้งที่6

ได้เเบ่งหัวข้องานกันไปเเละมารวบรวมเป็นพาเวอร์พ้อย


ครั้งที่16

 อัดวีดีโอเด็กเล่นของเล่นที่ทำจากขวดน้ำ